โจรรองเท้าแตะ
อาชญากรรม

ทำแผน โจรรองเท้าแตะ วิ่งราวทอง อ้างว่า หาเงินซื้อมือถือ อวดสาว

Spread the love

            โดย โจรรองเท้าแตะ วิ่งราวทอง วิ่งราวแหวนทองหนัก 1 บาทอ้างว่า ตนตกงานมา 2 เดือนแล้ว ทั้งนี้ให้การสารภาพกับตำรวจ ว่า เขานำเงินที่ได้จากการขายแหวนไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  และยังซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อนำมาอวดแฟนสาว อีกด้วย

            ในวันนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 23 พ.ค.2563 นี้ มีการทำแผน โจรรองเท้าแตะ ที่ห้างทองกวงเชียงล้ง เลขที่ 178 ถ.โพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี

             นำกำลังตำรวจควบคุมตัวนายสุทธินันท์ ทิพย์สมบัติ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 3 ม.11 ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่83/2563 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ในข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด

             ภายในตัวพบ เงินสด 3,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ สีทอง ราคา 3,900 บาท จำนวน 1 เครื่อง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ที่ห้างทองดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมี นายวีระ ตั้งหลักมั่นคง อายุ 59 ปี เจ้าของร้านทอง ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

            ในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหา โจรรองเท้าแตะ  นี้นำแหวนทองคำไปขายที่ร้านทอง มีชื่อแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ในราคา 23,000 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปกบดานอยู่บ้านพักแม่ในเขตพื้นที่ ต.นากลาง จ.หนองบัวลำภู

           กระทั่งถูกติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุดช่วงเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการติดตามจับกุมตัวพร้อมของกลาง ประมาณ 30 ชั่วโมง หลังการก่อเหตุดังกล่าว

              พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา เคยถูกจับดำเนินคดีในข้อห้อฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอยากฝากเตือนพี่น้องประชาน ผู้ประกอบการต่างๆ ให้ระมัดระวังในการปกป้องทรัพย์สินของท่าน จากคนร้ายที่จ้องจะก่อเหตุในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนตกงานกลายมาเป็นคนร้าย มาก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้

              ซึ่งทางเราอยากให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด 1 ตัว หันออกมาทางหน้าร้านหรือทางสาธารณะ จะเป็นประโยชน์ในการป้องปราม และเป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้าย ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการก่อเหตุ เช่น กรงเหล็ก และควรมีทางเข้าออกร้านเพียงทางเดียว ในขณะเดียวกันตำรวจเราก็หมั่นออกตรวจตราอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

             ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในยุคเศรษฐกิจตกต่ำและ ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *