ศบค. เผย ไทยเตรียมพร้อมรองรับการผลิต วัคซีน รักษาโควิด-19

Spread the love

          นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ว่า ได้มีการพัฒนา วัคซีน ต้นแบบ เป็นรูปแบบการพัฒนาอย่างรวดเร็วและทันสมัย ซึ่งในปัจจุบันการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย

         การผลิต วัคซีน จาก DNA และ mRNA ดีกว่าทดลองจาก Protein Subunit, VLP, Inactivated และ  Viral vector  ซึ่งการผลิตวัคซีนอยู่ในทิศทางเดียวกันกับการผลิตวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในไทยและนานาชาติทางคณะแพทย์ฯ, ศิริราช , คณะเภสัชฯ จุฬาฯ ไบโอเทค และ สวทช. โดยบริษัทไบโอเนท-เอเชีย, ไบโอเทค และสวทช. ทดลองใช้ DNA ในการผลิตวัคซีน และคณะแพทย์ฯ จุฬาฯ ทดลองใช้ mRNA ในการผลิต ซึ่งวัคซีนที่เริ่มการทดสอบจะทดสอบในสัตว์ทดลอง 114 ชนิด

 

         ในระยะที่ 1 ความปลอดภัยทดลอง 30-50 คน ระยะที่ 2 การกระตุ้นภูมิคุ้มกันทดลอง 250-500 คนและระยะที่ 3 ให้ผลในการป้องกันโรคทดลอง 1,000 คนขึ้นไป ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 22 พ.ค. 63 วัคซีนมีการเริ่มการทดลองในคน 10 ชนิด โดยมีประเทศจีน 5 ชนิด , ประเทศสหรัฐ 2 ชนิด, ประเทศอังกฤษ 1 ชนิด, ประเทศเยอรมัน 1 ชนิดและออสเตรเลีย 1 ชนิด

          ด้าน ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิบดี กำกับดูแลด้านการวิจัย  พัฒนาและนวัตกรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า คาดการณ์ว่าปลายเดือนมิถุนายนจะได้ผลการทดลองในลิง จะมีการตรวจเลือดลิงครั้งแรกกลางเดือนมิถุนายนแต่ถ้าหากผลเลือดออกมาต่ำอยู่ จะเลื่อนไปปลายเดือนมิถุนายน   ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการผลิตซึ่งคาดการณ์ว่าหากแต่ละขั้นตอนนั้นผ่านไปได้ด้วยดี จะสามารถผลิตวัคซีนใช้ภายในประเทศได้อีกประมาณ 1 ปีครึ่ง หรือประมาณปลายปีหน้า

         ซึ่งหลังตรวจสอบการทดลองวัคซีนในลิงนั้น หากคืบหน้าขั้นตอนต่อไปคือมีการเตรียมแผนคู่ขนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะเทคโนโลยี mRNA โดยทั้งโลกมีโรงงานอยู่ไม่เกิน 7 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีการจองบริษัทในอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าวัคซีนโดยทั่วไปจะต้องฉีดคนละ 2 โดส และจะใช้ในอาสาสมัคร 5,000 คน

          ทั้งนี้ จากกรณีที่จีนออกมาชี้แจงว่าต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน วัคซีนรักษาไวรัสโควิด-19 ถึงจะใช้กับมนุษย์ได้และในส่วนของประเทศไทยจะใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะใช้วัคซีนได้นั้น นายแพทย์นคร ระบุว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็จะกะระยะเวลาได้อย่างคร่าว ๆ แต่ผลการวิจัยก็จะมีออกมาทั้งน่าพอใจและไม่น่าพอใจ

          ประเทศจีนที่ทดสอบกับคนที่ต้องใช้ระยะเวลา 7 เดือน เพื่อดูผลกระตุ้นว่าวัคซีนมีผลอยู่ได้นานหรือไม่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะต้องใช้ระยะเวลาในการค้นหาผู้ที่อยู่แถวหน้าที่สุดดำเนินการไปได้โดยไม่ติดขัด เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน ผลน่าพอใจ ทั้งเรื่องความปลอดภัยระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น ทุกคนจะวางกรอบที่ 8 ถึง 12 เดือน ตามแผนที่วางไว้ แต่ถ้าหากขั้นตอนใดมีปัญหาก็จะต้องปรับมาแก้ไขวัคซีน

   อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ถ้าเป็นไปตามแผนก็จะเริ่มทดสอบ วัคซีน ในคนในปลายปีนี้ ถ้าประสบความสำเร็จจะมีวัคซีนใช้ในปลายปี 2564 ส่วนตัวอยากให้รู้ว่านักวิจัยทั้งโลกพยายามอย่างเต็มที่ๆจะทำให้วัคซีนใช้ในมนุษย์ได้ และเป็นระยะเวลาที่ไวที่สุดเพราะไม่เคยมีการวางแผนกรอบที่จะผลิตวัคซีนให้ไวได้ขนาดนี้ และเป็นสิ่งท้าทายนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก รวมถึงทุกคนคาดหวังว่าจะได้ใช้วัคซีนให้เร็วที่สุด แต่ทุกคนก็ต้องพยายามที่จะพัฒนาให้วัคซีนใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเช่นเดียวกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *